ค้นหาจากในเว็บ
ค้นหาจาก Google
ข่าวประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง
ข่าวแจก "กรมอนามัย เผย เด็กวัยเรียน วัยรุ่นเคลื่อนไหวร่างกายน้อย เตรียมขยาย โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ กระตุ้น"

วันที่ 2 ก.พ. 2560 (จำนวนคนอ่าน 308 คน)
       กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย เด็กวัยเรียน วัยรุ่น เคลื่อนไหวร่างกายน้อย เตรียมขยายโครงการ โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ กระตุ้นให้เด็กไทยเพิ่มกิจกรรมทางกาย พร้อมจัดเดือนแห่งมหกรรมกระโดดโลดเต้นเล่นสนุก เพื่อเด็กไทยสูงสมส่วนแข็งแรง IQ EQ ดี
       วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2560) นายแพทย์ชัยพร พรหมสิงห์ ประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะเด็กวัยเรียน วัยรุ่น และ การจัดการปัญหาเด็กอ้วน โครงการ โชป้า แอนด์ ชายด์ป้าเกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน ปี 2560 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี ว่า สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA) ที่เพียงพอของเด็กไทยระหว่าง ปี 2555-2557 มีค่าเฉลี่ยเพียง 63.8 ในกลุ่มเด็กวัยเรียน อายุ 6-14 ปี และร้อยละ 65.1 ในเด็กวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี นอกจากนี้ จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข (HDC) ปี 2558 และ 2559 ยังพบว่า ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กวัยเรียนระหว่างปีการศึกษา 2558-2559 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 12.5 เป็น ร้อยละ 13.1
       นายแพทย์ชัยพร กล่าวต่อไปว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้วางแนวทางการแก้ปัญหาเด็กทำกิจกรรมทางกาย ไม่เพียงพอต่อการมีสุขภาพดี และปัญหาเด็กอ้วน รวมทั้งขานรับนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของรัฐบาล ในโครงการโชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน โดยพัฒนานวัตกรรมออกกำลังกายสำหรับเด็ก จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ นวัตกรรมออกกำลังกายจิงโจ้ยืดตัว นวัตกรรมออกกำลังกายจิงโจ้ FUN for FIT และนวัตกรรมออกกำลังกายเก้าอี้..ขยี้พุง เพื่อให้เด็กได้สนุกสนาน สู่ร่างกายที่แข็งแรง หรือความแข็งแรงสร้างได้จากความสนุกสนาน หรือเรียกว่า FUN for FIT และจัดทำหลักสูตร Training เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนให้เป็น โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า โค้ช จำนวน 293 คน ร่วมกันขับเคลื่อนสู่การจัดการกับปัญหาเด็กอ้วน เด็กเตี้ย และเด็กไม่แข็งแรง ส่งผลให้เด็กโชป้า คือ เด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน และเด็กชายด์ป้า คือ เด็กสมส่วนและเด็กผอม จำนวน 1,337 คน จาก 13 โรงเรียน ใน 6 จังหวัด ประสบความสำเร็จในการเพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง เด็กมีร่างกายแข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังลดลง น้ำหนักลดลง ส่วนสูงเพิ่มขึ้น อาการภูมิแพ้ และอาการเจ็บป่วยหลายอย่างดีขึ้น นอนหลับสนิทขึ้น มีทัศนคติที่ดีต่อกิจกรรมทางกาย และมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น เกิดการขยายตัวไปยังโรงเรียนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนกว่า 230 โรงเรียน และขยายผลต่อเนื่องในต้นปีงบประมาณ 2560 ไปยังจังหวัดอื่นๆ จำนวนกว่า 30 จังหวัด
       "ในปี 2560 นี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จะขยายโครงการ โชป้า แอนด์ ชายด์ป้า เกมส์ ลดเรียน เพิ่มรู้ สู่อาเซียน ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และจัดให้มีเดือนแห่งมหกรรมกระโดดโลดเต้นเล่นสนุก สู่เด็กไทยสูง สมส่วนแข็งแรง IQ EQ ดี ในเดือนมิถุนายน 2560 โดยร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้ปกครอง เด็กวัยเรียนและเด็กวัยรุ่น ร่วมผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เด็กวัยเรียน และวัยรุ่นมีกิจกรรมทางกายเหมาะสม นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและ สุขภาวะ โดยตั้งเป้าให้ครอบคลุมโรงเรียนอย่างน้อย 7,700 โรงเรียน ครอบคลุมเด็กอย่างน้อย 770,000 คน ทั้งนี้ การส่งเสริมให้เด็กเพิ่มกิจกรรม ทางกาย ต้องทำให้เด็กสนุกสนาน ท้าทาย และไม่บังคับ เพราะเมื่อเด็กได้รับความสนุกสนาน มีความท้าทาย และทำตามความสามารถของตนเอง เด็กจะเข้าร่วมทำกิจกรรมทางกายนั้นๆ เมื่อเหนื่อยก็จะหยุดพัก แล้วกลับมาทำใหม่ เกิดเป็นความต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อสุขภาวะของเด็ก แต่หากขาดความสนุกสนาน ขาดความท้าทาย และถูกบังคับให้กระทำในสิ่งที่ไม่ชื่นชอบเด็กจะเกิดความเบื่อหน่ายและเลิกทำกิจกรรมทางกาย เมื่อขาดความต่อเนื่องจะส่งผลร้ายต่อสุขภาวะตามมา” ประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กล่าวในที่สุด
 
 ***
ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 2 กุมภาพันธ์ 2560
  จำนวนคนโหวต 1 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
0%
  ให้ 5 คะแนน
 
100%
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ ของคุณ : *
ความคิดเห็น : *
 
 
 
 
 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข