ค้นหาจากในเว็บ
ค้นหาจาก Google
ข่าวประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง
ข่าวแจก "กรมอนามัย เผย พระสงฆ์ไทยฟันผุสูง แนะ 6 วิธีดูแลฟัน"

วันที่ 10 ก.พ. 2560 )
      

 
       กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย พระสงฆ์ไทยร้อยละ 96 ฟันผุ เหตุฉันอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลในปริมาณมาก และขาดการทำความสะอาดช่องปากที่ดี พร้อมแนะ 6 วิธีดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
       นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า พระสงฆ์และสามเณรจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพช่องปาก ทั้งโรคฟันผุโรคเหงือกอักเสบรวมถึงโรคปริทันต์บางครั้งพบเป็นทั้งโรคฟันผุและโรคปริทันต์ในเวลาเดียวกันทั้งที่ยังอายุน้อย จากการสำรวจสุขภาพฟันพระภิกษุสงฆ์โดยกระทรวงสาธารณสุข ปี 2556 พบว่า มีฟันผุถึง ร้อยละ 96 ซึ่งสูงกว่าการมีฟันผุในประชากรวัยทำงาน 35-44 ปี ที่พบฟันผุร้อยละ 86 โรคฟันผุในพระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาจจะเนื่องมาจากอาหารที่ญาติโยมนำมาใส่บาตรหรือนำมาถวาย นอกจากควรลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็มแล้ว ควรคำนึงถึงเครื่องดื่ม เช่นชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำหวานต่างๆ ซึ่งมีส่วนประกอบน้ำตาลอยู่ในปริมาณมาก เมื่อฉันบ่อยๆ และไม่ทำความสะอาดช่องปากให้เพียงพอและถูกวิธีก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุมากขึ้น นอกจากนี้ พระสงฆ์และสามเณรไม่ค่อยมีโอกาสมาพบทันตแพทย์ โรคในช่องปากจึงอาจลุกลามไปจนถึงขั้นสูญเสียฟัน
        "ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพช่องปากพระสงฆ์และสามเณรสามารถทำได้โดย 1) แปรงฟันให้สะอาดด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหลังฉันอาหาร ควรแปรงลิ้นด้วยทุกครั้งหากแปรงฟันทันทีไม่ได้ ให้บ้วนปากให้สะอาดทุกครั้งหลังมื้ออาหารควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทั่วทุกซี่ วันละ 1 ครั้งก่อนนอน 2) เน้นผัก ผลไม้ เพื่อเสริมสร้างฟันให้แข็งแรงและมีเส้นใยช่วยทำความสะอาดฟันผลไม้จำพวก แตงกวา ฝรั่ง มะเขือเทศ ชมพู่ จะช่วยในการทำความสะอาดฟัน อาหารที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม สับปะรด กะหล่ำปลี แครอท ผักคะน้า มีความสำคัญ ในการรักษาเหงือก ฟัน กระดูกอาหารที่มีวิตามินบี2 เช่น ถั่วลิสง รำ ถั่วเหลือง มะม่วง จะช่วยป้องกันมุมปากแตก ลิ้นอักเสบ 3) พบทันตบุคลากรเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างน้อยปีละ1ครั้งและตรวจสุขภาพในช่องปาก ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบสิ่งผิดปกติควรรีบไปรักษา 4) หลีกเลี่ยงการฉันลูกอม ลูกกวาด ท็อฟฟี่ ขนมกรุบกรอบของจุบจิบ
       ขนมหวานเหนียว หรือขนมหวานจัด 5) ไม่ควรสูบบุหรี่หรือใช้ยาสูบทุกประเภทเพราะทำให้ช่องปากสกปรกมีกลิ่นปากเหงือกอักเสบและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งช่องปาก และ6) ไม่ใช้ฟันกัดหรือขบของแข็ง” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
 ***
ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 10 กุมภาพันธ์ 2560
  จำนวนคนโหวต 0 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

ไม่พบข้อมูลการโหวต
 
 
 
 
 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข