ค้นหาจากในเว็บ
ค้นหาจาก Google
รองนายกฯ เผย ความก้าวหน้าเสนอร่างกฎกระทรวง พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น พ.ศ.2559

วันที่ 25 ส.ค. 2560 )

       วันนี้ (25 สิงหาคม 2560) พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครั้งที่ 2/2560 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยสาระสำคัญคือการรายงานความก้าวหน้าร่างกฎกระทรวงอออกตามความในพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559
       พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสนอร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ขณะนี้ทั้ง 4 กระทรวงได้มีการดำเนินการดังนี้ 1) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดการสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี โดยมีมติอนุมัติหลักการ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและดำเนินการต่อไป 2) กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการจัดประชุมกลุ่ม ผู้ประกอบกิจการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการดำเนินการของสถานประกอบการกิจการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแก่ลูกจ้าง พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ปรับปรุงตามข้อเสนอ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 3) กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษา พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ 4) กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานบริการ และการดำเนินการของสถานบริการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. .... ต่อคณะรัฐมนตรี โดยมีมติอนุมัติหลักการ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและดำเนินการต่อไป
       ทางด้าน นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มดีขึ้น อัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 54.3 ต่อพันประชากร ในปี พ.ศ. 2555 ลงมาเหลือ 42.5 ในปี พ.ศ.2559 และข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ.2560 จาก Health data Center ของกระทรวงสาธารณสุข อัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15 - 19 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - มิถุนายน 2560 อยู่ที่ 36.6 ต่อพันประชากร และสำหรับการขับเคลื่อนการสอนเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตให้แก่วัยรุ่นในสถานศึกษานั้น พบว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 6 หน่วยการเรียนรู้ คือ 1) พัฒนาการทางเพศ (Human Sexuality Development) 2) สุขภาวะทางเพศ (Sexuality Health) 3) พฤติกรรมทางเพศ (Sexual Behavior) 4) สัมพันธภาพระหว่างบุคคล (Relationship) 5) ทักษะส่วนบุคคล (Value, Attitudes and Skills หรือ personal Skills) และ 6) สังคมและวัฒนธรรม (Social, Culture and Human Right) ซึ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยการพัฒนาหลักสูตร จัดทำสื่อการสอน พัฒนาครูผู้สอน และพัฒนาแกนนำนักเรียน พร้อมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียนด้วยการกำหนดมาตรการเรียนรู้ การเฝ้าระวัง และดูแลให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน ได้ร่วมกับสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงานโครงการลูกเสือเสริมสร้างทักษะชีวิต โดยให้เด็กและเยาวชนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในการทำกิจกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการจัดกิจกรรม โดยมีการทำงานเป็นระบบหมู่ตามกระบวนการลูกเสือ
        "สำหรับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในระดับท้องถิ่นนั้น ในปี 2559 ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้เปิดรับสมัครราชการส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและสนใจเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย โดยมีราชการส่วนท้องถิ่นสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 723 แห่ง จาก 39 จังหวัด และภายหลังจากพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ประกาศใช้ในปีเดียวกัน กรมอนามัยได้ปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรา 10 ที่กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้วัยรุ่นในเขตราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสิทธิตามมาตรา 5 โดยให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจ ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในปี 2560 นี้ กรมอนามัยได้จัดอบรมเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 4 รุ่น มีผู้ได้รับการอบรมกว่า 600 คน พร้อมสรรหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการดำเนินงานต่อเนื่อง และคัดเลือกเป็นแหล่งเรียนรู้ จำนวน 4 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาล้าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลตากตก จังหวัดตาก องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแก่บ่อหิน จังหวัดสตูล และเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 25 สิงหาคม 2560
  จำนวนคนโหวต 1 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
100%
  ให้ 5 คะแนน
0%
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ ของคุณ : *
ความคิดเห็น : *
 
 
 
 
 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข