ข่าวประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง
ข่าวแจก "กรมอนามัย เผยไข่มดแดงมีโปรตีนสูง เน้นปรุงสุก สะอาดไม่เสี่ยงท้องร่วง"

วันที่ 20 ก.พ. 2557
 
 
           
        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยเมนูไข่มดแดงกำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้เพราะอยู่ในช่วงฤดูกาล เน้นปรุงสุกทุกครั้งก่อนนำมารับประทานเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุจจาระร่วง
        ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่เมนูไข่มดแดงกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ตามท้องตลาด และบางพื้นที่ยังสามารถสอยไข่มดแดงมาปรุงประกอบได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเมนูแกงผักหวานไข่มดแดง ต้มยำปลาช่อนไข่มดแดง แกงขี้เหล็กไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง ไข่เจียวไข่มดแดง หรือยำไข่มดแดง ซึ่งไข่มดแดงถือเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพราะมีโปรตีนสูง โดยในไข่มดแดง 100 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนกินข้าว จะมีโปรตีนสูงถึง 8.2 กรัม แถมไข่มดแดงยังมีไขมันและแคลอรีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับไข่ไก่ เพราะไข่มดแดงมีไขมันเพียง 2.6 กรัม ในขณะที่ไข่ไก่มีไขมันมากถึง 11.7 กรัม สำหรับปริมาณกิโลแคลอรีในไข่มดแดงให้พลังงาน 86 กิโลแคลอรี ในขณะที่ไข่ไก่ให้พลังงานถึง 155 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน
        ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า นอกจากไข่มดแดงจะเป็นเมนูที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว วิธีการนำไข่มดแดงมาปรุงประกอบให้สะอาด ปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องล้างก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร และต้มหรือลวกให้สุกทุกครั้ง ไม่ควรกินแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สำหรับวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงประกอบกับไข่มดแดง มักจะเป็นผักพื้นบ้านจะต้องล้างทำความสะอาด เพื่อลดการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและพยาธิ สารพิษหรือยาฆ่าแมลงเช่นเดียวกัน โดยการล้างอย่างน้อย 3 น้ำ คือ
1) ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งหรือล้างด้วยการเปิดน้ำไหลผ่านผักสดอย่างน้อย 2 นาที
2) ใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้างหรือแช่นานประมาณ 2-10 นาที อาทิ น้ำเกลือ หรือใช้น้ำส้มสายชู หรือใช้โซเดียม ไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดาหรือผงฟู) และ
3) นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารพิษตกค้างและไม่ควรใช้อุปกรณ์ประกอบอาหาร เช่น เขียงหรือมีดร่วมกันระหว่างอาหารสุกและอาหารดิบ
        "ทั้งนี้ การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่จะมีความสะอาด ปลอดภัย แต่ถ้าต้องเก็บอาหารไว้รับประทานมื้อต่อไป ต้องใส่กล่องหรือเก็บในถุงให้มิดชิดและไม่ควรทิ้งไว้เกิน 2-4 ชั่วโมง หากนานกว่านั้นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น และก่อนนำมารับประทานต้องอุ่นให้ร้อนอย่างทั่วถึงนาน 5-10นาที สำหรับอาหารประเภทยำไม่ควรเก็บไว้ค้างมื้อโดยเด็ดขาด เพราะบูดเสียได้ง่ายทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการปวดท้องและโรคอุจจาระร่วงได้” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
 
***
สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง / 20 กุมภาพันธ์ 2557
 
  จำนวนคนโหวต 2 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
 
50%
  ให้ 2 คะแนน
 
50%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
0%
  ให้ 5 คะแนน
0%
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ ของคุณ : *
ความคิดเห็น : *
 
 
 
 
 
Copyright 2016 Department of Health : Ministry of Public Health การปฏิเสธความรับผิดชอบ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข