PDF Version

การให้รหัส ICD 10 ในงานอาชีวอนามัย

นพ.จรัส โชคสุวรรณกิจ
ศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม รพ.นพรัตนราชธานี

 

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization (WHO) ได้จัดทำ International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems (ICD) เพื่อใช้จัดหมวดหมู่โรคและการบาดเจ็บชนิดต่างๆ สำหรับการรายงานโรคหรือปัญหาสุขภาพทั่วไป (disease and related health problems) ที่มีมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำข้อมูลที่ได้รับการรายงานไปใช้ในทางระบาดวิทยา เพื่อวางแผนควบคุมและป้องกันโรคต่อไป ICD ที่ใช้ในปัจจุบันนี้เป็นฉบับที่ได้รับการปรังปรุงครั้งที่ 10 หรือเรียกย่อๆ ว่า ICD-10 [1]

สำหรับงานทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลสุขภาพของผู้สัมผัสกับสิ่งคุกคามจากสิ่งแวดล้อมการทำงานหรือสิ่งแวดล้อมทั่วไป การรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น อาการ อาการแสดง และโรคที่เกิดจากการทำงานหรือสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญเฉกเช่นเดียวกันกับการรายงานโรคทั่วไป คือช่วยให้ทราบระบาดวิทยาและนำไปสู่การวางนโยบาย มาตรการในการควบคุมและป้องโรค

แต่เนื่องจาก การวินิจฉัยโรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) มีบัญชีการวินิจฉัยโรคแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ยังไม่มาตรฐานเดียวกันที่ใช้เป็นสากล จึงทำให้การรายงานโรคจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าความเป็นจริง

สำหรับประเทศไทย การรายงานโรคจากการทำงานในปัจจุบันใช้แบบรายงาน รง. 506 และ รง.506/2 ของสำนักระบาดวิทยา ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการ คือเป็นรายงานเชิงระบาดวิทยาซึ่งจะรายงานทั้งผู้ป่วยที่สงสัยและผู้ป่วยยืนยันรวมกัน ไม่ครอบคลุมโรคจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมทุกโรค และที่สำคัญคือแพทย์บางส่วนยังไม่ทราบว่ามีระบบนี้อยู่ จึงทำให้การรายงานโรคจากการทำงานหรือสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าความเป็นจริง การนำระบบ ICD – 10 ซึ่งเป็นระบบที่รู้จักกันทั่วไปมาใช้ในการติดตามสถิติโรคจากการทำงาน จึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่เข้ามาทดแทนได้

การจำแนกและการแจ้งโรคที่เกิดจากการทำงาน (Classification and notification of occupational diseases)

โรคจากการทำงานประกอบด้วย ตัวโรคเอง และ การสัมผัสกับสิ่งคุกคาม (Occupational exposure) การที่ต้องมีการจำแนกโรคที่เกิดจากการทำงานเพื่อวัตกุประสงค์ 2 ประการ คือ

  • เพื่อการแจ้งและการเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากการทำงาน
  • เพื่อชดเชยการสูญเสีย

การจำแนกโรคจากการทำงานแบ่งออกได้คร่าวๆ ดังนี้คือ

  • โรคที่เกิดจากสิ่งคุกคาม ( Diseases caused by agents)
    • สารเคมี (Diseases caused by chemical agents)
    • กายภาพ ( Diseases caused by physical agents)
    • ชีวภาพ ( Diseases caused by biological agents)
  • จำแนกโรคตามอวัยวะ ( Diseases by target organ)
    • โรคทางเดินหายใจเหตุอาชีพ (Occupational respiratory diseases)
    • โรคผิวหนังเหตุอาชีพ (Occupational skin diseases)
    • โรคกระดูกและกล้ามเนื้อเหตุอาชีพ (Occupational musculoskeletal diseases)
  • มะเร็งเหตุอาชีพ (Occupational cancer)
  • โรคจากการทำงานอื่นๆ

แนวทางการให้รหัส

การให้รหัสใช้แนวทางจากเอกสารขององค์การอนามัยโลกเรื่อง International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems (ICD-10 ) in Occupational Health [2] โดยมีหลักการในการให้รหัสโรคหรืออาการ ที่เกิดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม (occupational and environment disorders) ดังนี้

  • การวินิจฉัยหลัก (Principle Diagnosis) ลงเป็นรหัสโรคหลัก (Primary Code) ตามกฎเกณฑ์ของ ICD-10
  • การบ่งบอกว่าเป็นโรคจากการทำงานหรือสิ่งแวดล้อม ทำโดยการให้ใช้รหัสเสริม (Secondary Code) คู่กับการวินิจฉัยหลักดังนี้

รหัส Y96 สำหรับโรคที่มีสาเหตุเกิดจากการทำงาน

รหัส Y97 สำหรับโรคที่มีสาเหตุเกิดจากสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างที่ 1

โรคหอบหืดทั่วไป (Asthma) ลงรหัสที่ 1 - J45.9
โรคหอบหืดจากการทำงานในโรงงานขนมปัง (Occupational Asthma) ลงรหัสที่ 1 - J45.0 ลงรหัสที่ 2 - Y96

ตัวอย่างที่ 2

โรคหัด (Measles) ลงรหัสที่ 1 – B05
พยาบาลติดโรคหัดจากคนไข้ (Occupational Measles) ลงรหัสที่ 1 – B05 ลงรหัสที่ 2 - Y96

เอกสารอ้างอิง

(1) WHO. ICD-10. International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems, Tenth Revision. Volumes 1-3. World Health Organization, Geneva, 1992-94.

(2) Karjalainen A. International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems (ICD-10) in Occupational Health. World Health Organization, Geneva, 1999.

เผยแพร่โดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียนหรือเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว นโยบายของเว็บไซต์